· experience sharing · 3 min read

AI กับระบบ ERP

มุมมองส่วนตัวต่อบทบาทของ AI ในวงการ ERP ทั้งในด้านการช่วยงาน ผลกระทบต่อคนทำ ERP และเครื่องมือที่จะช่วยให้การ Implement มีประสิทธิภาพมากขึ้น

มุมมองส่วนตัวต่อบทบาทของ AI ในวงการ ERP ทั้งในด้านการช่วยงาน ผลกระทบต่อคนทำ ERP และเครื่องมือที่จะช่วยให้การ Implement มีประสิทธิภาพมากขึ้น

ช่วงนี้กระแส AI มาแรงมาก โดยเฉพาะ AI Agent ที่เริ่มจะเห็นผลจริงในการทำงานแล้ว ถึงจะมีมาหลายปีแล้ว แต่ Use Case จริง ณ ตอนนั้นยังน้อยมาก แต่ปัจจุบัน AI กลับเข้ามามีบทบาทกับชีวิตประจำวัน รวมไปถึงการทำงานจริงแล้ว ซึ่งหลาย ๆ ตำแหน่ง หลาย ๆ วงการ เริ่มจะโดนทดแทนด้วย AI ไปบ้างแล้ว

ทีนี้เลยเกิดคำถามว่า แล้วในวงการ ERP หล่ะ ในอนาคตจะเป็นอย่างไร จะโดน AI มาทดแทนได้หรือเปล่า และ ERP ยังจำเป็นอยู่ไหม

ก่อนที่จะตอบคำถามนั้น ขอแยกเป็น 4 หัวข้อหลักๆ สำหรับบทความนี้ก่อนคือ

  1. AI ช่วยอะไรกับระบบ ERP ได้บ้าง
  2. ERP ก็มีอยู่แล้ว จะใช้ AI ทำไม
  3. ผลกระทบกับ ERP
  4. AI กับเครื่องมือที่ช่วยให้การทำ ERP มีประสิทธิภาพมากขึ้น

ซึ่งทั้ง 4 หัวข้อนี้เป็นความคิดเห็นส่วนตัวเท่านั้น


AI ช่วยอะไรกับระบบ ERP ได้บ้าง

เรามาลองคิดกันดูก่อนว่าปัจจุบัน AI สามารถทำอะไรในระบบ ERP ได้บ้าง เท่าที่ผมนึกออกจะมีหัวข้อประมาณนี้

1. OCR

เป็นส่วนหนึ่งของ AI ที่มีมานานแล้ว หลักการคือ Upload รูปภาพเพื่อให้ AI ตรวจสอบ ดักจับข้อความและกรอกข้อมูลให้ในระบบอัตโนมัติ ถ้าเอกสารเยอะ แค่เรา Upload รูปภาพไปทั้งหมดก็เสร็จเรียบร้อย ไม่ต้องกรอกเองทีละใบ

ข้อพิจารณา (ส่วนตัว)

  • ในการดักจับข้อความภาษาไทย ยังไม่ได้แม่นเท่าภาษาอังกฤษ อาจจะทำให้ข้อมูลที่ AI ได้ไม่ถูกต้อง เช่น ชื่อ partner มีสระอุ แต่ AI จับไม่ได้ สิ่งที่เกิดขึ้นคือ พอไป mapping กับระบบจะทำให้ระบบหาชื่อนั้นไม่เจอ และทำรายการต่อไม่ได้ หรือถ้ามีการเขียน code ให้ระบบสร้าง Master Data อัตโนมัติ ถ้าหาข้อมูลไม่เจอ ก็จะกลายเป็นสร้างขยะในระบบ ทั้ง ๆ ที่ชื่อที่ถูกต้องมีในระบบแล้ว
  • Layout Form ของแต่ละบริษัทค่อนข้างแตกต่างกัน บางที่ Amount อยู่ด้านบน บางที่ Amount อยู่ด้านล่าง บางที่มีทั้ง Amount Untaxed, Amount Tax, Amount Total, Amount Discount บางที่มีแค่ Amount ที่ต้องจ่าย ทำให้มีโอกาสผิดพลาดได้

จากทั้ง 2 ข้อ เลยคิดว่า ถ้าจะใช้ OCR ช่วยในการทำงาน อาจจะต้องให้ AI เก่งภาษาไทยมากกว่านี้ก่อน และในระบบ ERP นั้นๆ จะต้องมีการ customization ที่ไม่เยอะเกินไป ไม่งั้นจะต้องไปทำการฝึก AI เพิ่ม เพื่อให้ระบบ Mapping กับข้อมูลที่ถูกต้องได้ ในมุมมองส่วนตัว OCR เหมาะกับงานปริมาณมากและเอกสารที่มีรูปแบบค่อนข้างชัดเจน แต่ถ้าเป็นงานที่ต้องการความแม่นยำสูง การกรอกผ่านระบบโดยตรงอาจยังดีกว่า

2. Report & Analysis

AI จะสามารถมาช่วยตอบคำถามแบบเร็วๆ ได้ (ad-hoc question) อย่างเช่น ระบบ ERP มีการเชื่อมกับระบบ LINE เวลาที่กำลังประชุมอยู่ และอยากได้คำตอบเร็วๆ อาจจะพิมพ์ถาม “เดือนนี้ overdue invoice เท่าไร” โดยที่ไม่จำเป็นต้องเข้าระบบ

หรือต้องการให้ AI ช่วยวิเคราะห์ Forecast ในอีก 3 เดือนข้างหน้า ถ้าระบบ ERP มีการ design ข้อมูลมาดี AI ก็จะช่วยวิเคราะห์ได้ตรงจุดมาก เปรียบเสมือนกับมีผู้เชี่ยวชาญเพิ่มอีกคนนึง อย่างเช่น “ทำไมยอดขายเดือนนี้ตกลงจากเดือนก่อน 18%” AI ก็จะไปตรวจสอบจาก Database และนำข้อมูลที่มีทั้งหมดมาวิเคราะห์ได้ดี

ข้อพิจารณา (ส่วนตัว)

สำหรับการวิเคราะห์แบบลงรายละเอียด ยังคิดว่าข้อมูลที่เห็นรายละเอียดในระบบ ERP จะทำให้เห็นภาพรวมมากกว่า และยังสามารถดูได้ในหลายมุมมองตามความต้องการ เพราะในระบบ ERP แล้วจะเป็นรายงานที่ดึงมาจากข้อมูลในระบบล้วน ๆ โอกาสผิดพลาดน้อยมาก (นอกจากเขียน code ผิด)

3. Support System

ข้อนี้สำคัญ เพราะในอนาคต ถ้าเรามีการฝึก AI และเทรนด้วย Workflow + Test Case + คู่มือที่ใช้งานจริงของระบบ AI จะสามารถช่วยเป็นด่านหน้าในการรับ issue หรือช่วยกรองได้ในระดับนึง สามารถช่วยตอบคำถามแบบง่าย ๆ ได้ หรือกรองคำถามเวลาผู้ใช้งานต้องการคำตอบ แต่คำถามไม่ชัดเจน เช่น กดปุ่ม Confirm แล้ว Error อาจจะให้ AI ช่วยวิเคราะห์ก่อน ถ้าไม่เข้าใจให้สอบถามผู้ใช้งานเพิ่มเติมในรายละเอียด ว่า Error ที่หน้าไหน Step เป็นอย่างไร ก่อนที่จะส่งต่อให้กับทีม Support ต่อไป ลดภาระให้ทีมได้ดี


ERP ก็มีอยู่แล้ว จะใช้ AI ทำไม

ช่วงนี้จะเห็นว่ามีการเสนอ Use Case มาใช้จริงในระบบ แต่บาง Case ก็สงสัยว่า จำเป็นต้องใช้ AI จริงหรือไม่ เพราะระบบก็สามารถทำได้อยู่แล้ว เช่น

การแจ้งเตือน

ปกติแล้วระบบ ERP สามารถส่งการแจ้งเตือนต่าง ๆ ตามเงื่อนไขที่เรากำหนดไปที่ผู้ใช้งานได้ตามที่ตั้งค่า อย่างเช่น ส่ง Email ให้ลูกค้าก่อนถึงกำหนด 5 วัน หรือจะส่งออกนอกระบบไปยัง LINE, Whatsapp หรืออื่นๆ ได้ โดยที่ไม่ต้องใช้ AI แต่เป็นการ Integration กับระบบภายนอก เพื่อเชื่อมกันเฉยๆ ก็สามารถทำได้แล้ว

การออกรายงาน

ถ้าเป็นงานที่ต้องการเจาะจง หรือวิเคราะห์เลย AI ถือว่าตอบโจทย์มาก แต่ถ้าต้องการออกรายงานเพื่อให้เห็นข้อมูลโดยรวม ส่วนใหญ่แล้วในระบบจะสามารถออกมาได้ ซึ่งจะเป็นข้อมูลที่ถูกต้อง 99% (อาจจะผิดพลาดจากการ Dev ระบบได้) ดังนั้นถ้าไม่ได้ต้องการวิเคราะห์ข้อมูล การเรียกรายงานจากในระบบจะได้เห็นมุมมองที่กว้างกว่า


ผลกระทบกับ ERP

แน่นอนว่าการมาของ AI ส่งผลกระทบกับ ERP ซึ่งผมมองว่าส่งผลกระทบในทางบวกทั้งในด้านการ Implement ทั้งด้านการ Consult จะเปลี่ยนไป ระยะเวลาในการพัฒนาจะสั้นลง ซึ่งหลาย ๆ บริษัทเริ่มมีการนำ AI เข้ามาช่วยบ้างแล้วในหลาย ๆ เรื่อง ดังนั้นคนทำ ERP จะต้องปรับตัวอย่างไร

Developer

การพัฒนาระบบโดยใช้ AI จะเป็นส่วนสำคัญในอนาคตที่ทุกบริษัทต้องมี ซึ่งในปัจจุบันถือว่า AI สามารถช่วย coding ได้ประมาณ 60–90% ขึ้นอยู่กับความซับซ้อน และการ prompt แบบมีคุณภาพ ดังนั้นสิ่งนี้มันเริ่มเกิดขึ้นแล้ว Developer จะต้องมีทักษะในด้านอื่นๆ เพิ่มขึ้น แทนการลงลึก coding อย่างเช่น

  1. เข้าใจ Business มากขึ้น รู้ Workflow การทำงานของระบบ เพื่อสั่งให้ AI ทำงาน coding แทน
  2. สามารถ Review code ที่มาจาก AI ได้ เปรียบเสมือนเราเป็น Senior และ AI เป็น Junior

หากใครที่ยังรอรับ requirement จาก BA, SA เพื่อนำมาพัฒนาระบบอย่างเดียว ในอนาคตคงลำบากมากขึ้น เพราะถ้า BA, SA สามารถสั่งได้ดี รายละเอียดชัดเจน AI coding จะสามารถทำงานได้เร็ว เหมือนกับมี Developer ส่วนตัว แล้วแบบนี้บริษัทจะจ้างคนที่ทำได้แค่ทำตาม requirement ทำไม…

แต่ถ้าเราเป็น Developer ที่เข้าใจ process สั่งงานเป็น และใช้ AI ได้ดี ประสิทธิภาพในการทำงานจะสูงขึ้นมาก

Functional

จะกลายเป็นอาชีพที่สำคัญที่สุด เพราะเป็นแกนกลางในการรับ Requirement จากลูกค้า และประยุกต์ใช้กับระบบ ERP ที่มี ซึ่งปัจจุบัน AI ยังไม่สามารถเข้าใจ Business ในแต่ละ project ได้อย่างแท้จริง ต้องมีคนกลางในการรวบรวม และสรุปอีกทีนึง สิ่งที่ Functional จะต้องมีเพิ่มเติมในอนาคตคือ

  1. การเขียน Test Case ตาม Business ยิ่งละเอียด ยิ่งดี มีผลกับ AI Support
  2. การบริหาร Project อย่างมีคุณภาพ เพราะยิ่ง AI ทำงานได้ดีเท่าไหร่ แปลว่างานที่เราจะทำได้ควรจะมากขึ้นเท่านั้น ดังนั้นการบริหารจัดการ project ให้ดี จะมีประโยชน์กับบริษัทเป็นอย่างมาก

AI กับเครื่องมือที่ช่วยให้การทำ ERP มีประสิทธิภาพมากขึ้น

ในยุคนี้การใช้เครื่องมือต่าง ๆ ก็ยังเป็น AI มาช่วย ซึ่งทำให้การทำงานมีประสิทธิภาพมากขึ้น

Meeting

ใช้ AI ช่วยสรุปประชุมได้ดี เพราะหลายครั้งจะต้องประชุมหลายชั่วโมง หรือหลายประชุมอาจจะทำให้จดได้ไม่ครบ หรือลืมบางอย่าง ส่วนนี้ AI จะช่วยสรุปและมา cross check กับสิ่งที่เราจดไว้ได้ จะลดความผิดพลาดลงได้

Manual + Workflow

ปัจจุบันอาจจะยังทำได้ไม่ดีนัก แต่ AI ก็สามารถช่วยลดระยะเวลาในการตั้งโครงให้ได้ดี จากที่ลองคือเรื่องความสวยงามที่บางครั้ง Layout ยังไม่ค่อยตรงเท่าไหร่ ในอนาคตคิดว่า AI จะทำได้ดีกว่านี้


AI ไม่ได้ลดความสำคัญของ ERP แต่มันกำลังเพิ่มมาตรฐานของคนทำ ERP ซึ่งต่อไปจะต้องคิดเป็น วิเคราะห์เป็น และตรวจสอบเป็น การ Implement Project ERP อาจจะใช้เวลาสั้นลง แต่ได้คุณภาพที่มากขึ้นแทน

ในอนาคต ความเร็วอาจไม่ใช่ข้อได้เปรียบอีกต่อไป เพราะทุกคนใช้ AI ได้เหมือนกัน แต่คนที่คิดเป็น วิเคราะห์เป็น และตรวจสอบเป็น จะกลายเป็นคนที่มีมูลค่ามากที่สุด

Share:
Back to Blog