· documentation · 1 min read
ERPNext for Manufacturing
เรื่องเล่าของโรงงานเล็ก ๆ ที่เติบโตเกินกว่า Excel จะรับไหว และค้นพบว่า ERP ที่พอดีตัวสำคัญกว่า ERP ที่ใหญ่ที่สุด

บ่ายวันศุกร์ในนิคมอุตสาหกรรมชานเมืองกรุงเทพฯ
ในออฟฟิศเล็กๆ ข้างไลน์ผลิต ผู้จัดการโรงงานกำลังนั่งไล่เช็คสต็อกจาก Excel สามไฟล์ ไฟล์หนึ่งจากคลังสินค้า ไฟล์หนึ่งจากฝ่ายจัดซื้อ อีกไฟล์จากบัญชี ตัวเลขไม่เคยตรงกันสักครั้ง
พนักงานเดินมาถาม “พี่ครับ วัตถุดิบตัวนี้หมดแล้ว จะผลิตล็อตเย็นนี้ทันไหม” คำตอบที่ได้คือ “ขอเช็คก่อนนะ…” แล้วก็เริ่มไล่โทรถาม ไล่เปิดไฟล์ ไล่เดินไปดูของจริงหลังโกดัง สุดท้ายคำตอบคือ ของ “น่าจะพอ” แต่ไม่มีใครมั่นใจ
นี่ไม่ใช่โรงงานใหญ่ แต่เป็นโรงงาน SME ไทยทั่วไป พนักงาน 40–50 คน รับผลิต OEM ให้ลูกค้าหลายเจ้า กำไรไม่ได้เยอะพอจะพลาดบ่อยๆ แต่ความผิดพลาดเล็กๆ เกิดแทบทุกวัน
- สั่งของซ้ำเพราะคิดว่าของหมด
- ผลิตเกินเพราะวางแผนผิด
- ต้นทุนจริงไม่เคยรู้แน่ชัด
- สิ้นเดือนบัญชีต้องตามเอกสารกันวุ่น
เจ้าของเริ่มพูดประโยคเดิมทุกเดือน
“ทำไมเราขายดีขึ้น แต่เงินไม่เหลือ?”
เคสที่ 1: โรงงานอาหารแปรรูป – ของเสียเพราะวางแผนพลาด
โรงงานไส้กรอกและลูกชิ้นในสมุทรสาคร เคยเจอปัญหาของสดหมดอายุบ่อยมาก วัตถุดิบบางตัวสั่งเกิน บางตัวกลับขาดกลางคัน
เพราะไม่มีใครเห็นสต็อกจริงแบบ Real-time ทุกอย่างอิงจากการ “กะเอา”
หลังใช้ ERPNext Inventory + MRP
- เห็นสต็อกทุกคลังทันที
- ตั้ง Reorder Level อัตโนมัติ
- ระบบคำนวณวัตถุดิบตามแผนการผลิตให้เอง
- เช็ค Batch / วันหมดอายุได้
ภายในไม่กี่เดือน ของเสียลดลงเกือบครึ่ง เงินที่เคยนอนในสต็อก กลับมาเป็นกระแสเงินสด
เจ้าของบอกว่า “แค่ลดของเสียได้ ก็คุ้มค่าระบบแล้ว”
เคสที่ 2: โรงงานชิ้นส่วนเครื่องจักร – ไม่เคยรู้ต้นทุนจริง
โรงกลึง CNC ที่ชลบุรี รับผลิตตามออเดอร์ลูกค้าแต่ละแบบ
ปัญหาคือ เสนอราคายังไงก็เหมือนกำไร แต่พอสิ้นปี เงินไม่เหลือ
เพราะไม่เคยรู้ว่า
- แต่ละงานใช้เวลาเครื่องจักรเท่าไร
- ใช้แรงงานกี่ชั่วโมง
- ใช้วัสดุเกินจาก BOM แค่ไหน
หลังใช้ ERPNext Manufacturing
- สร้าง BOM มาตรฐาน
- เปิด Work Order ทุกงาน
- บันทึกเวลาหน้างานผ่าน Job Card
- ระบบคำนวณ Actual Cost ให้อัตโนมัติ
ครั้งแรกที่เปิดรายงาน เขาพบว่า สินค้าบางตัว “ขาดทุนมาตลอด”
หลังปรับราคาและขั้นตอนการผลิต กำไรกลับมาเห็นชัดภายในไตรมาสเดียว
เคสที่ 3: โรงงาน SME ทั่วไป – ปัญหาเอกสารและบัญชีไทย
อีกหลายโรงงานเจอปัญหาเหมือนกัน
- ใบเสนอราคาอยู่ใน Word
- ใบสั่งซื้ออยู่ใน Excel
- สต็อกอยู่อีกไฟล์
- บัญชีคีย์ใหม่หมดในโปรแกรมบัญชี
ข้อมูลซ้ำซ้อน ผิดพลาดง่าย สิ้นเดือนทีมบัญชีทำ OT ตลอด
พอเปลี่ยนมาใช้ ERPNext แบบครบวงจร
Quotation → SO → ผลิต → ส่งของ → Invoice → บัญชี
ทุกอย่างเชื่อมกันอัตโนมัติ
ฝ่ายขายปิดงานได้เร็วขึ้น คลังไม่ต้องคีย์ซ้ำ บัญชีปิดงบไวขึ้นหลายวัน
ทีมงานพูดเหมือนกันว่า “ชีวิตง่ายขึ้นเยอะ”
สิ่งที่ SME ไทยชอบที่สุดใน ERPNext
ไม่ใช่แค่ฟีเจอร์ แต่คือความรู้สึกว่า “มันไม่เกินตัว”
✅ ไม่ต้องจ่าย License ต่อคน เพราะ Unlimited Licenses
✅ ใช้ผ่านเว็บ/มือถือได้ ทุกฟังก์ชั่นเหมือนกัน
✅ เริ่มที่ระบบหลักๆก่อน แล้วค่อยขยายต่อยอดเรื่องอื่นๆ
✅ ปรับฟอร์ม/ภาษา/ตามหลักภาษีไทยได้
✅ ทำงานกับพาร์ทเนอร์ไทยอย่าง Ecosoft ผู้สร้างโมดูล ERPNenxt Thailand
มันไม่ใช่ ERP ที่ต้องลงทุนหลายล้านตั้งแต่วันแรก
แต่มันคือระบบที่ค่อย ๆ โตไปพร้อมธุรกิจ
บทสรุปของหลายโรงงานที่เราเจอ
สุดท้าย เจ้าของหลายคนพูดคล้ายกันว่า
“เราไม่ได้ต้องการ ERP ที่ใหญ่ที่สุด
เราแค่ต้องการระบบที่ทำให้ทีมทำงานง่ายขึ้น และเห็นตัวเลขจริง”
สำหรับ SME
ความเร็วและความคล่องตัว สำคัญกว่าความหรูหรา
และบางครั้ง
ERP ที่เหมาะที่สุด
อาจไม่ใช่ระบบจากองค์กรใหญ่ระดับโลก
แต่อาจเป็น Open Source อย่าง ERPNext
ที่ถูกออกแบบมาเพื่อธุรกิจแบบเรา ตั้งแต่แรก
By Kitti U.
